ต้องการลดความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงแสงธรรมชาติและความโปร่งสบาย
ต้องการภาพสะท้อนต่ำ ความคมชัดสูง และระบบเฟรมที่มีรูปลักษณ์บางพิเศษ
ต้องการเพิ่มความปลอดภัย โดยยังคงรูปลักษณ์ภายนอกที่เรียบหรูและโปร่งตา
ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการกันความร้อน โดยควบคุมผลกระทบต่อโครงสร้างและระบบเฟรมเดิม
ประสิทธิภาพสูงสำหรับบ้านเดี่ยว
สมดุลระหว่างการลดความร้อน ความสว่างภายใน และภาพรวมบ้านที่ยังดูโปร่งทันสมัย เหมาะกับบ้านเดี่ยวและวิลล่าที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานจริง
สมดุลแสงสว่างธรรมชาติและการสะท้อนต่ำ
ให้แสงผ่านสูงและเงาสะท้อนต่ำ เหมาะกับผนังกระจกที่ต้องการความสว่างสบายตาและภาพสะท้อนที่ดูเป็นธรรมชาติ
สำหรับผนังกระจกและอาคารสำนักงาน
ตอบโจทย์การลดความร้อนที่เข้มขึ้น พร้อม U-Value และ SHGC ที่ดี เหมาะกับงานอาคารที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพและความคุ้มค่าระบบ
ทางเลือกสำหรับสำนักงานและการปรับปรุงกระจกเดิม
เหมาะกับงานที่ต้องการอัปเกรดระบบกระจกโดยยังคุมความหนาและการทำงานร่วมกับเฟรมเดิม
* สำหรับเจ้าของโครงการ: สามารถเลือกสเปกเบื้องต้นจากข้อมูลแนะนำ | สำหรับสถาปนิก: สามารถใช้ตารางเปรียบเทียบทางเทคนิคด้านล่างเพื่ออ้างอิงและกำหนดสเปกกระจก
| ประเภทกระจก | ข้อแนะนำการใช้งาน | VLT (%) | VLR (%) | SHGC | LSG |
|---|---|---|---|---|---|
| LKE360 | บ้านเดี่ยว / ประสิทธิภาพสูง | 59 | 8 | 0.40 | 1.50 |
| LKF360 | เน้นแสงธรรมชาติและการสะท้อนต่ำ | 63 | 7 | 0.46 | 1.36 |
| LKG360 | บ้านเดี่ยว / สมดุลรูปลักษณ์ | 59 | 6 | 0.43 | 1.35 |
| LKEPG360 | อาคารสำนักงาน / เน้นประสิทธิภาพภายนอก | 48 | 6 | 0.32 | 1.52 |
| LK360PG | อาคารสำนักงาน / ปรับปรุงระบบกระจกเดิม | 52 | 6 | 0.41 | 1.27 |
| Low E clear | เกณฑ์เปรียบเทียบอ้างอิง | 83 | 12 | 0.71 | 1.16 |
| Clear glass | กระจกอ้างอิงทั่วไป | 88 | 8 | 0.82 | 1.00 |
| ประเภทกระจก | ความหนา (มม.) | ค่า U-Value | ค่า SHGC | ค่า Q(w) | ข้อแนะนำการใช้งาน |
|---|---|---|---|---|---|
| LKF360 | 6.38 | 5.69 | 0.46 | 104.35 | ผนังกระจกที่ต้องการแสงธรรมชาติสูง |
| LKG360 | 6.38 | 5.76 | 0.43 | 99.75 | ทางเลือกที่สมดุล |
| LKE360 | 6.4 | 4.30 | 0.40 | 87.50 | บ้านเดี่ยวที่ต้องการประสิทธิภาพสูง |
| LK360PG | 9 | 5.60 | 0.41 | 95.65 | กระจกสำหรับสำนักงาน / การปรับปรุงกระจกเดิม |
| LKEPG360 | 9 | 3.61 | 0.32 | 70.85 | กระจกสำหรับสำนักงาน / เน้นประสิทธิภาพผนังภายนอก |
| กระจกใส | 6 | 5.70 | 0.86 | 170.40 | เกณฑ์เปรียบเทียบทั่วไป |
| กระจกเขียว | 6 | 5.82 | 0.61 | 129.75 | เกณฑ์เปรียบเทียบกระจกสีตัดแสง |
| Low E clear | 4 | 4.33 | 0.71 | 138.80 | กระจก Low-E ชั้นเดียวสำหรับอ้างอิง |
| กระจกคู่ LowE | 18 | 2.52 | 0.66 | 121.50 | เกณฑ์อ้างอิงกระจกคู่ [6+6+6] |
| กระจกคู่ LowE | 24 | 1.90 | 0.66 | 118.00 | เกณฑ์อ้างอิงกระจกคู่ [6+12+6] |
| ค่าที่อ่าน | หมายถึงอะไร | Lamkool | Low-E | อ่านเร็ว |
|---|---|---|---|---|
| VLT / SHGC | สมดุลระหว่างความสว่างกับความร้อน | สว่างและเย็นได้พร้อมกัน | มักแลกกันระหว่างสว่างกับเย็น | ใช้งานง่ายกว่า |
| VLR | ความวาวและลักษณะของ façade | สะท้อนต่ำ | สะท้อนมากกว่า | ดูนุ่มเป็นธรรมชาติ |
| Thickness / structure | ผลต่อเฟรมและการปรับปรุง | บาง เบา | หนาและหนักกว่า | คล่องตัวกว่า |
กราฟนี้เล่าให้เห็นว่ากระจกแต่ละชนิดปล่อยแสงและพลังงานความร้อนผ่านได้มากน้อยเพียงใดในช่วงความยาวคลื่น 280–2500 นาโนเมตร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ UV แสงที่มองเห็นได้ ไปจนถึง Near Infrared ที่เป็นตัวการหลักของความร้อนจากแดดสะสมเข้าตัวอาคาร
จุดที่ Lamkool โดดเด่นคือการกดการส่งผ่านรังสีความร้อนในช่วง Near IR ได้ต่อเนื่องตลอดกราฟ ขณะที่ยังยอมให้แสงที่ใช้งานจริงผ่านได้ในระดับที่เหมาะสม ภาพรวมจึงไม่ใช่แค่ “มืดลง” แต่เป็นการเลือกกรองพลังงานอย่างมีทิศทาง เพื่อรักษาความสว่างควบคู่กับความสบาย
UV
ช่วงที่สัมพันธ์กับผิวหนังและการซีดจางของวัสดุภายใน
บล็อกเกือบ 100%
Visible Light
ช่วงแสงที่ควรให้ผ่านเพื่อคงความสว่างและอารมณ์ของพื้นที่
ปล่อยผ่าน 48–63%
IR
แถบพลังงานความร้อนหลักที่ Lamkool ออกแบบมาเพื่อสะท้อนและดูดซับอย่างมีประสิทธิภาพ
ลดภาระความร้อนได้ชัดเจน
ถ้าดูจุดที่ความยาวคลื่นราว 1,000 nm จะเห็นชัดที่สุดว่า Lamkool ส่งผ่านพลังงานประมาณ 3% ในขณะที่กระจก Low-E ใสอยู่ที่ราว 30%, Low-E สีราว 18% และกระจกใสทั่วไปสูงถึงประมาณ 75% นั่นหมายความว่าในย่านความร้อนเดียวกัน Lamkool ลดการส่งผ่านพลังงานได้มากกว่ากระจก Low-E ใสประมาณ 90%, มากกว่ากระจก Low-E สีประมาณ 80% และมากกว่ากระจกใสทั่วไปประมาณ 95%
ผลลัพธ์ในโลกจริงคือภาระความร้อนที่เข้ามาในอาคารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้พื้นที่ใกล้กระจกอยู่สบายขึ้น ระบบปรับอากาศทำงานเบาลง และสเปซภายในยังคงภาพลักษณ์ที่โปร่ง สว่าง และใช้งานได้ดี ไม่ได้แลกความเย็นกับความทึบแบบที่มักเกิดกับวัสดุกรองความร้อนทั่วไป
หมายเหตุ: กราฟนี้เป็นการเปรียบเทียบการส่งผ่านพลังงานในแต่ละช่วงคลื่น (Spectral Transmittance) เพื่อแสดงประสิทธิภาพการกรองรังสีของวัสดุแต่ละประเภท ไม่ใช่การเปรียบเทียบค่า SHGC, SC หรือการประหยัดพลังงานโดยตรง
โครงสร้าง thermal laminated glass ช่วยลดภาระความร้อนที่ผ่านเข้าสู่บ้าน ทำให้พื้นที่ใกล้กระจกสบายขึ้นและช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศในหลายเคสบ้านเดี่ยวแดดบ่าย ภายใน interlayer มีอนุภาคเซรามิกระดับนาโน 20–50 นาโนเมตร กระจายตัวสม่ำเสมอ มีคุณสมบัติสะท้อนและดูดซับรังสีอินฟราเรด
เมื่อไม่ต้องพึ่งกระจกหนาหนักเกินจำเป็นหรือระบบเสริมอย่างเหล็กดัด เจ้าของโครงการและสถาปนิกจะมีอิสระในการออกแบบกระจกเข้ามุม ระบบเฟรมบางพิเศษ และผนังกระจกภายนอกที่สะอาดตาได้มากขึ้น
รักษาสมดุลระหว่างการลดความร้อน ความปลอดภัย และการรับแสง ช่วยให้บ้านยังคงแสงสว่างธรรมชาติที่ดีพร้อมบรรยากาศภายในที่สงบและผ่อนคลายสบายตา
ระบบไม่บังคับให้เฟรมหนาขึ้นโดยอัตโนมัติ จึงเปิดพื้นที่ให้สัดส่วนหน้าต่างและกรอบโดยรวมดูเบากว่าเดิม
ในหลายช่วง span น้ำหนักระบบกระจกน้อยกว่า IG ทำให้การออกแบบเฟรมและการรับน้ำหนักมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
หลายโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานได้โดยควบคุมผลกระทบต่อระบบเฟรมเดิม จึงช่วยรักษาของเดิมไว้ได้มากขึ้น
สัดส่วนช่องเปิดและจังหวะของ façade จึงออกแบบได้อิสระขึ้น ทำให้ภาพรวมดูนิ่ง โปร่ง และกลมกลืนกว่าเดิม
ต้องการบ้านเย็นขึ้นโดยยังคงวิวและแสงสว่างธรรมชาติ แนะนำพิจารณารุ่น LKE360 เป็นลำดับแรก
ต้องการผนังกระจกภายนอกที่ใส สะท้อนต่ำ และไม่อยากให้เฟรมดูหนัก แนะนำพิจารณารุ่น LKF360 หรือ LKE360 ตามลำดับความสำคัญสูงสุด
ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการกันความร้อนโดยควบคุมผลกระทบต่อเฟรมเดิม แนะนำพิจารณารุ่น LK360PG หรือ LKE360 ตามสภาพหน้างาน
ปลอดภัยขึ้นแต่เปลือกอาคารภายนอกดูหนักและมุมมองถูกปิดกั้น สถาปนิกต้องออกแบบรอบข้อจำกัดนี้
ปลอดภัยขึ้นโดยเปลือกอาคารยังคงโปร่งโล่ง และดูทันสมัย ไม่ต้องแลกความสวยงามกับความปลอดภัย
ถ้าเป็นบ้านที่สร้างเสร็จแล้วและการเปลี่ยนกระจกไม่สะดวก คุณยังมีทางเลือกเป็นฟิล์มนิรภัย i-Gard Safecoat เพื่อช่วยเสริมความปลอดภัยในการปรับปรุงกระจกเดิม (Retrofit) ได้ แต่ถ้าโจทย์หลักคือการลดความร้อนจากแสงแดดและทำให้พื้นที่อยู่อาศัยสบายขึ้น Lamkool จะเป็นตัวเลือกที่ตอบสนองประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานกันความร้อนได้ดีกว่าอย่างชัดเจน
Lamkool เน้นการลดความร้อนจากแสงอาทิตย์และความปลอดภัยจาก laminated structure พร้อมกัน ขณะที่ Low-E มักถูกพิจารณาในมุม energy glass แบบเดิม และไม่ได้ตอบเรื่อง safety ในแผ่นเดียว นอกจากนี้ Lamkool มีค่าสะท้อนแสงภายนอกต่ำกว่า ทำให้ façade ดูเป็นธรรมชาติและหรูกว่า
เพราะกระจกคู่ (IGU) เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบมาตรฐานที่สำคัญสำหรับงานอาคารและระบบผนังกระจกภายนอก แต่ในหลายกรณี Lamkool ให้ความสมดุลที่เหมาะสมกว่าสำหรับภูมิอากาศร้อนชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาในด้านน้ำหนัก ความหนา และต้นทุนรวมของระบบ
หากต้องการประสิทธิภาพสูงสำหรับบ้านเดี่ยว แนะนำให้เริ่มต้นพิจารณาที่รุ่น LKE360 เป็นอันดับแรก จากนั้นทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ ATSYS จะช่วยประเมินทิศทางการรับแดด ระบบเฟรม และขนาดของช่องเปิดจริงเพื่อความเหมาะสมสูงสุด
รุ่น LKEPG360 และ LK360PG เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แนะนำสำหรับการออกแบบผนังกระจกภายนอกและอาคารสำนักงาน เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งในด้านประสิทธิภาพและข้อกำหนดด้านระบบวิศวกรรมอาคารได้เป็นอย่างดี
ขึ้นอยู่กับระดับความปลอดภัยที่ต้องการของแต่ละโครงการ แต่ด้วยโครงสร้างกระจกนิรภัยหลายชั้น (Laminated Safety Structure) ของ Lamkool จะช่วยถ่วงเวลาการบุกรุก และทำงานร่วมกับระบบสัญญาณกันขโมยได้ดี จึงช่วยลดความจำเป็นในการติดตั้งเหล็กดัดในหลายกรณี