Lamkool vs Low-E

เปรียบเทียบ Lamkool กับ Low-E เพื่อเลือกกระจกที่เหมาะกับบ้านและอาคารของคุณ

ข้อมูลเปรียบเทียบนี้ออกแบบมาเพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถตัดสินใจเลือกกระจกได้ง่ายขึ้น
และให้สถาปนิกหรือทีมออกแบบใช้อ้างอิงข้อมูลเพื่อกำหนดสเปกกระจกในโครงการได้อย่างถูกต้อง
Fast Decision

เริ่มจากโจทย์ของโครงการ

ถ้ากำลังเลือกกระจกสำหรับบ้านหรืออาคาร ให้เริ่มจากบริบทหน้างานก่อน แล้วจึงค่อยพิจารณาสเปกในลำดับถัดไป
แดดบ่ายจัด

ต้องการลดความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงแสงธรรมชาติและความโปร่งสบาย

Glass Corner

ต้องการภาพสะท้อนต่ำ ความคมชัดสูง และระบบเฟรมที่มีรูปลักษณ์บางพิเศษ

ไม่ติดเหล็กดัด

ต้องการเพิ่มความปลอดภัย โดยยังคงรูปลักษณ์ภายนอกที่เรียบหรูและโปร่งตา

รีโนเวทเฟรมเดิม

ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการกันความร้อน โดยควบคุมผลกระทบต่อโครงสร้างและระบบเฟรมเดิม

Use-Case Quick Picks

รุ่นที่เหมาะกับงานแต่ละแบบ

LKE360

ประสิทธิภาพสูงสำหรับบ้านเดี่ยว

สมดุลระหว่างการลดความร้อน ความสว่างภายใน และภาพรวมบ้านที่ยังดูโปร่งทันสมัย เหมาะกับบ้านเดี่ยวและวิลล่าที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานจริง

LKF360

สมดุลแสงสว่างธรรมชาติและการสะท้อนต่ำ

ให้แสงผ่านสูงและเงาสะท้อนต่ำ เหมาะกับผนังกระจกที่ต้องการความสว่างสบายตาและภาพสะท้อนที่ดูเป็นธรรมชาติ

LKEPG360

สำหรับผนังกระจกและอาคารสำนักงาน

ตอบโจทย์การลดความร้อนที่เข้มขึ้น พร้อม U-Value และ SHGC ที่ดี เหมาะกับงานอาคารที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพและความคุ้มค่าระบบ

LK360PG

ทางเลือกสำหรับสำนักงานและการปรับปรุงกระจกเดิม

เหมาะกับงานที่ต้องการอัปเกรดระบบกระจกโดยยังคุมความหนาและการทำงานร่วมกับเฟรมเดิม

* สำหรับเจ้าของโครงการ: สามารถเลือกสเปกเบื้องต้นจากข้อมูลแนะนำ | สำหรับสถาปนิก: สามารถใช้ตารางเปรียบเทียบทางเทคนิคด้านล่างเพื่ออ้างอิงและกำหนดสเปกกระจก

Full Model Matrix

ตารางสเปกเต็มของ Lamkool เทียบกับ
Low-E, IG และกระจกทั่วไป

ตารางนี้ยกค่าจริงจากข้อมูลระบบ LAMKOOL เพื่อให้ทั้งเจ้าของโครงการและสถาปนิกใช้เทียบประสิทธิภาพได้จากฐานเดียวกัน
Table A — Performance Matrix
ประเภทกระจก ข้อแนะนำการใช้งาน VLT (%) VLR (%) SHGC LSG
LKE360 บ้านเดี่ยว / ประสิทธิภาพสูง 59 8 0.40 1.50
LKF360 เน้นแสงธรรมชาติและการสะท้อนต่ำ 63 7 0.46 1.36
LKG360 บ้านเดี่ยว / สมดุลรูปลักษณ์ 59 6 0.43 1.35
LKEPG360 อาคารสำนักงาน / เน้นประสิทธิภาพภายนอก 48 6 0.32 1.52
LK360PG อาคารสำนักงาน / ปรับปรุงระบบกระจกเดิม 52 6 0.41 1.27
Low E clear เกณฑ์เปรียบเทียบอ้างอิง 83 12 0.71 1.16
Clear glass กระจกอ้างอิงทั่วไป 88 8 0.82 1.00
Table B — Heat / Thickness / System Impact
ประเภทกระจก ความหนา (มม.) ค่า U-Value ค่า SHGC ค่า Q(w) ข้อแนะนำการใช้งาน
LKF360 6.38 5.69 0.46 104.35 ผนังกระจกที่ต้องการแสงธรรมชาติสูง
LKG360 6.38 5.76 0.43 99.75 ทางเลือกที่สมดุล
LKE360 6.4 4.30 0.40 87.50 บ้านเดี่ยวที่ต้องการประสิทธิภาพสูง
LK360PG 9 5.60 0.41 95.65 กระจกสำหรับสำนักงาน / การปรับปรุงกระจกเดิม
LKEPG360 9 3.61 0.32 70.85 กระจกสำหรับสำนักงาน / เน้นประสิทธิภาพผนังภายนอก
กระจกใส 6 5.70 0.86 170.40 เกณฑ์เปรียบเทียบทั่วไป
กระจกเขียว 6 5.82 0.61 129.75 เกณฑ์เปรียบเทียบกระจกสีตัดแสง
Low E clear 4 4.33 0.71 138.80 กระจก Low-E ชั้นเดียวสำหรับอ้างอิง
กระจกคู่ LowE 18 2.52 0.66 121.50 เกณฑ์อ้างอิงกระจกคู่ [6+6+6]
กระจกคู่ LowE 24 1.90 0.66 118.00 เกณฑ์อ้างอิงกระจกคู่ [6+12+6]
คู่มืออ่านสเปก + สรุปเปรียบเทียบ
อ่าน 4 ค่านี้เป็นภาษาคนใช้จริงก่อน แล้วใช้ตารางนี้ดูภาพรวมความต่างของ Lamkool กับ Low-E ได้เร็วขึ้น
ค่าที่อ่าน หมายถึงอะไร Lamkool Low-E อ่านเร็ว
VLT / SHGC สมดุลระหว่างความสว่างกับความร้อน สว่างและเย็นได้พร้อมกัน มักแลกกันระหว่างสว่างกับเย็น ใช้งานง่ายกว่า
VLR ความวาวและลักษณะของ façade สะท้อนต่ำ สะท้อนมากกว่า ดูนุ่มเป็นธรรมชาติ
Thickness / structure ผลต่อเฟรมและการปรับปรุง บาง เบา หนาและหนักกว่า คล่องตัวกว่า
Spectrum Analysis

กราฟสเปกตรัมและพฤติกรรมแสงผ่านกระจก

กราฟนี้เล่าให้เห็นว่ากระจกแต่ละชนิดปล่อยแสงและพลังงานความร้อนผ่านได้มากน้อยเพียงใดในช่วงความยาวคลื่น 280–2500 นาโนเมตร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ UV แสงที่มองเห็นได้ ไปจนถึง Near Infrared ที่เป็นตัวการหลักของความร้อนจากแดดสะสมเข้าตัวอาคาร

จุดที่ Lamkool โดดเด่นคือการกดการส่งผ่านรังสีความร้อนในช่วง Near IR ได้ต่อเนื่องตลอดกราฟ ขณะที่ยังยอมให้แสงที่ใช้งานจริงผ่านได้ในระดับที่เหมาะสม ภาพรวมจึงไม่ใช่แค่ “มืดลง” แต่เป็นการเลือกกรองพลังงานอย่างมีทิศทาง เพื่อรักษาความสว่างควบคู่กับความสบาย

อ่านกราฟให้เร็ว
300–400 nm

UV

ช่วงที่สัมพันธ์กับผิวหนังและการซีดจางของวัสดุภายใน

บล็อกเกือบ 100%

400–780 nm

Visible Light

ช่วงแสงที่ควรให้ผ่านเพื่อคงความสว่างและอารมณ์ของพื้นที่

ปล่อยผ่าน 48–63%

780–2,500 nm

IR

แถบพลังงานความร้อนหลักที่ Lamkool ออกแบบมาเพื่อสะท้อนและดูดซับอย่างมีประสิทธิภาพ

ลดภาระความร้อนได้ชัดเจน

ถ้าดูจุดที่ความยาวคลื่นราว 1,000 nm จะเห็นชัดที่สุดว่า Lamkool ส่งผ่านพลังงานประมาณ 3% ในขณะที่กระจก Low-E ใสอยู่ที่ราว 30%, Low-E สีราว 18% และกระจกใสทั่วไปสูงถึงประมาณ 75% นั่นหมายความว่าในย่านความร้อนเดียวกัน Lamkool ลดการส่งผ่านพลังงานได้มากกว่ากระจก Low-E ใสประมาณ 90%, มากกว่ากระจก Low-E สีประมาณ 80% และมากกว่ากระจกใสทั่วไปประมาณ 95%

ผลลัพธ์ในโลกจริงคือภาระความร้อนที่เข้ามาในอาคารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้พื้นที่ใกล้กระจกอยู่สบายขึ้น ระบบปรับอากาศทำงานเบาลง และสเปซภายในยังคงภาพลักษณ์ที่โปร่ง สว่าง และใช้งานได้ดี ไม่ได้แลกความเย็นกับความทึบแบบที่มักเกิดกับวัสดุกรองความร้อนทั่วไป

หมายเหตุ: กราฟนี้เป็นการเปรียบเทียบการส่งผ่านพลังงานในแต่ละช่วงคลื่น (Spectral Transmittance) เพื่อแสดงประสิทธิภาพการกรองรังสีของวัสดุแต่ละประเภท ไม่ใช่การเปรียบเทียบค่า SHGC, SC หรือการประหยัดพลังงานโดยตรง

Innovation Layer

กลไกลดความร้อนและความปลอดภัย ที่ทำให้บ้านสวยและสบายขึ้น

LAMKOOL ไม่ได้ต่างจาก Low-E แค่ตัวเลข แต่ต่างที่กลไกของกระจก ซึ่งส่งผลต่อทั้งความเย็น ความปลอดภัย และภาพรวมของบ้านตั้งแต่วันออกแบบจนถึงวันใช้งานจริง
Thermal Control Mechanism

โครงสร้าง thermal laminated glass ช่วยลดภาระความร้อนที่ผ่านเข้าสู่บ้าน ทำให้พื้นที่ใกล้กระจกสบายขึ้นและช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศในหลายเคสบ้านเดี่ยวแดดบ่าย ภายใน interlayer มีอนุภาคเซรามิกระดับนาโน 20–50 นาโนเมตร กระจายตัวสม่ำเสมอ มีคุณสมบัติสะท้อนและดูดซับรังสีอินฟราเรด

Security Mechanism
โครงสร้าง laminated safety ช่วยให้กระจกยังยึดติดเป็นแผ่นเมื่อเกิดแรงกระแทก เพิ่มเวลาในการเข้าถึง และทำงานร่วมกับ alarm ได้ดีโดยไม่ต้องใช้เหล็กดัดในหลายกรณี
Architectural Beauty Outcome

เมื่อไม่ต้องพึ่งกระจกหนาหนักเกินจำเป็นหรือระบบเสริมอย่างเหล็กดัด เจ้าของโครงการและสถาปนิกจะมีอิสระในการออกแบบกระจกเข้ามุม ระบบเฟรมบางพิเศษ และผนังกระจกภายนอกที่สะอาดตาได้มากขึ้น

Comfort + Daylight

รักษาสมดุลระหว่างการลดความร้อน ความปลอดภัย และการรับแสง ช่วยให้บ้านยังคงแสงสว่างธรรมชาติที่ดีพร้อมบรรยากาศภายในที่สงบและผ่อนคลายสบายตา

ผลต่อระบบเฟรมและต้นทุน

เมื่อระบบกระจกเหมาะสม

เฟรมและภาพรวม façade ก็ยืดหยุ่นขึ้น

เฟรมและภาพรวม
façade ก็ยืดหยุ่นขึ้น

ความได้เปรียบของ LAMKOOL ในหลายโครงการไม่ได้อยู่แค่เรื่องความเย็น
แต่รวมถึงผลต่อระบบเฟรมด้วย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับระบบ IG ที่หนาและหนักกว่า
ศักยภาพการรองรับเฟรมบางพิเศษ (Slimmer frame potential)

ระบบไม่บังคับให้เฟรมหนาขึ้นโดยอัตโนมัติ จึงเปิดพื้นที่ให้สัดส่วนหน้าต่างและกรอบโดยรวมดูเบากว่าเดิม

ลดภาระน้ำหนักของโครงสร้าง (Less structural burden)

ในหลายช่วง span น้ำหนักระบบกระจกน้อยกว่า IG ทำให้การออกแบบเฟรมและการรับน้ำหนักมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ทางเลือกการปรับปรุงกระจกเดิม (Retrofit reuse path)

หลายโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานได้โดยควบคุมผลกระทบต่อระบบเฟรมเดิม จึงช่วยรักษาของเดิมไว้ได้มากขึ้น

ความสวยงามของช่องเปิดที่เพิ่มขึ้น (Better opening aesthetics)

สัดส่วนช่องเปิดและจังหวะของ façade จึงออกแบบได้อิสระขึ้น ทำให้ภาพรวมดูนิ่ง โปร่ง และกลมกลืนกว่าเดิม

Use-Case Scenarios

ตัวอย่างเคสการใช้งานที่ Lamkool ตอบได้ดี

บ้านเดี่ยวทิศตะวันตก (West-Facing Villa)

ต้องการบ้านเย็นขึ้นโดยยังคงวิวและแสงสว่างธรรมชาติ แนะนำพิจารณารุ่น LKE360 เป็นลำดับแรก

บ้านหรูดีไซน์กระจกเข้ามุม (Glass Corner Luxury House)

ต้องการผนังกระจกภายนอกที่ใส สะท้อนต่ำ และไม่อยากให้เฟรมดูหนัก แนะนำพิจารณารุ่น LKF360 หรือ LKE360 ตามลำดับความสำคัญสูงสุด

ผนังกระจกอาคารสำนักงาน (Office Façade)
ต้องการลดความร้อนและควบคุมประสิทธิภาพการกันความร้อนในระบบอาคาร แนะนำพิจารณารุ่น LKEPG360 และ LK360PG
โครงการปรับปรุงอาคารที่จำกัดด้วยเฟรมเดิม (Retrofit Frame-Limited Project)

ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการกันความร้อนโดยควบคุมผลกระทบต่อเฟรมเดิม แนะนำพิจารณารุ่น LK360PG หรือ LKE360 ตามสภาพหน้างาน

แนวทางด้านความปลอดภัย

เมื่อความปลอดภัยต้องมาพร้อม façade ที่ยังสวย

สำหรับบ้านหลายหลังโจทย์ไม่ได้จบที่เรื่องความเย็น แต่รวมถึงความรู้สึกปลอดภัยโดยไม่อยากให้ façade ถูกทำลายด้วยเหล็กดัด
Lamkool ช่วยเพิ่ม delay ต่อการบุกรุกจาก laminated structure และทำงานร่วมกับ alarm ได้ดีในหลายเคส
สำหรับบ้านหลายหลังโจทย์ไม่ได้จบที่เรื่องความเย็น แต่รวมถึงความรู้สึกปลอดภัยโดยไม่อยากให้ façade ถูกทำลายด้วยเหล็กดัด Lamkool ช่วยเพิ่ม delay ต่อการบุกรุกจาก laminated structure และทำงานร่วมกับ alarm ได้ดีในหลายเคส
กระจกธรรมดา + เหล็กดัด

ปลอดภัยขึ้นแต่เปลือกอาคารภายนอกดูหนักและมุมมองถูกปิดกั้น สถาปนิกต้องออกแบบรอบข้อจำกัดนี้

Lamkool ร่วมกับระบบสัญญาณกันขโมย

ปลอดภัยขึ้นโดยเปลือกอาคารยังคงโปร่งโล่ง และดูทันสมัย ไม่ต้องแลกความสวยงามกับความปลอดภัย

ถ้าเป็นบ้านที่สร้างเสร็จแล้วและการเปลี่ยนกระจกไม่สะดวก คุณยังมีทางเลือกเป็นฟิล์มนิรภัย i-Gard Safecoat เพื่อช่วยเสริมความปลอดภัยในการปรับปรุงกระจกเดิม (Retrofit) ได้ แต่ถ้าโจทย์หลักคือการลดความร้อนจากแสงแดดและทำให้พื้นที่อยู่อาศัยสบายขึ้น Lamkool จะเป็นตัวเลือกที่ตอบสนองประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานกันความร้อนได้ดีกว่าอย่างชัดเจน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Lamkool ต่างจาก Low-E อย่างไรในบ้านจริง?

Lamkool เน้นการลดความร้อนจากแสงอาทิตย์และความปลอดภัยจาก laminated structure พร้อมกัน ขณะที่ Low-E มักถูกพิจารณาในมุม energy glass แบบเดิม และไม่ได้ตอบเรื่อง safety ในแผ่นเดียว นอกจากนี้ Lamkool มีค่าสะท้อนแสงภายนอกต่ำกว่า ทำให้ façade ดูเป็นธรรมชาติและหรูกว่า

เพราะกระจกคู่ (IGU) เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบมาตรฐานที่สำคัญสำหรับงานอาคารและระบบผนังกระจกภายนอก แต่ในหลายกรณี Lamkool ให้ความสมดุลที่เหมาะสมกว่าสำหรับภูมิอากาศร้อนชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาในด้านน้ำหนัก ความหนา และต้นทุนรวมของระบบ

หากต้องการประสิทธิภาพสูงสำหรับบ้านเดี่ยว แนะนำให้เริ่มต้นพิจารณาที่รุ่น LKE360 เป็นอันดับแรก จากนั้นทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ ATSYS จะช่วยประเมินทิศทางการรับแดด ระบบเฟรม และขนาดของช่องเปิดจริงเพื่อความเหมาะสมสูงสุด

รุ่น LKEPG360 และ LK360PG เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แนะนำสำหรับการออกแบบผนังกระจกภายนอกและอาคารสำนักงาน เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งในด้านประสิทธิภาพและข้อกำหนดด้านระบบวิศวกรรมอาคารได้เป็นอย่างดี

ขึ้นอยู่กับระดับความปลอดภัยที่ต้องการของแต่ละโครงการ แต่ด้วยโครงสร้างกระจกนิรภัยหลายชั้น (Laminated Safety Structure) ของ Lamkool จะช่วยถ่วงเวลาการบุกรุก และทำงานร่วมกับระบบสัญญาณกันขโมยได้ดี จึงช่วยลดความจำเป็นในการติดตั้งเหล็กดัดในหลายกรณี

Next Step

ให้ ATSYS ช่วยเลือกสเปก Lamkool
ที่เหมาะกับโครงการของคุณ

ส่งข้อมูลหน้างาน ทิศแดด ขนาดช่องเปิด และโจทย์ด้านความปลอดภัยมาให้ทีม ATSYS
แล้วเราจะช่วยคัดสเปก Lamkool ที่เหมาะกับโครงการจริงของคุณ